เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน 9.00 - 18.00 น. นอกเวลาทำการ ติดต่อผ่าน 24 hr.

20 ประเทศยอดฮิต ที่คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า

visa, วีซ่า, ไม่ต้องขอวีซ่า
20 ประเทศยอดฮิต ที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า 2019

วีซ่า คือเอกสารรับรองประกอบหนังสือเดินทางที่ประเทศต่าง ๆ ออกให้แก่ผู้เดินทาง เพื่อใช้เข้าพำนักภายในเขตแดนของประเทศนั้น ๆ ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยผู้เดินทางจำเป็นต้องแสดงวีซ่าที่ได้รับ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง  

แต่การทำวีซ่า เพื่อไปเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ต้องมีการเตรียมเอกสารที่ดูเหมือนจะยุ่งยาก และหลายขั้นตอนมากๆ
เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะมาดูรายชื่อ ประเทศยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า กันดีกว่า

1. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน

ประเทศญี่ปุ่น – Japan

     ญี่ปุ่น  มีเกาะหลัก 4 เกาะด้วยกัน คือ เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ, เกาะฮอนชู (Honshu) ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก และเกาะคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ และหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ คนไทยเราก็ไปเช็คอินญี่ปุ่นกันบ่อยเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า นารา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตก็มี ช้อปปิ้งย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, ปราสาทฮิเมะจิ, ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด เป็นต้น ถือได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม

 

2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

ประเทศเกาหลีใต้ – south korea

     เกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะสาวๆ เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมง หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีนั้นมีมากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะกรุงโซล Seoul นอกจากเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพราะมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกทุกประเภท และแหล่งบันเทิงต่างๆ ที่สุดฮิตก็คงไม่พ้น พระราชวังคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงดง, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด ถือได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม

3. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

หมู่เกาะมัลดีฟ – maldives

     มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แต่คนทั่วไปจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีอาณาเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกา ลักษณะภูมิประเทศนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือจรดใต้ ก่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่มีความสวยงามและเอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะเลยทีเดียว แต่มีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงไม่ถึง 250 เกาะเท่านั้น และในหมู่เกาะต่างๆกว่า 100 เกาะมีการพัฒนาและสร้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

4. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศรัสเซีย – russia

     รัสเซีย ท่องเที่ยวแดนหมีขาว ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและเอเชียไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะรัสเซีย สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำคือ มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral) โดมทรงหัวหอม 9 โดมและโบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), สุสานเลนิน (Lenin Mausoleum), พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่มีหลังคาโดมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

 

5. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศสิงคโปร์ – singapore

     สิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักเดินทางจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญสูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจการค้าหลักในแถบเอเชีย มีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา จึงมีความแตกต่างที่ลงตัวทั้งด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ ศิลปะและเทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบจะทุกมุม เช่น S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง

 

6. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ฮ่องกง – Hongkong

     ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล เคยรุ่งเรืองอย่างไรก็ยังรุ่งเรืองอยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่กลายเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งอันดับต้นๆ ของเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปฮ่องกงก็ต้องได้สิ่งของติดไม้ติดมือกันมาทั้งนั้น โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนม เพราะฮ่องกงเป็นดินแดนที่ปลอดภาษี ขาช้อปทั้งหลายจึงได้ยิ้มแฉ่งไปตาม ๆ กัน นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนมากมาย เช่น อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดกลางคืนเทมเปิลสตรีท

7. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

 

มาเก๊า – macao

     มาเก๊า เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกของจีน และอยู่ทางตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีพรมแดนติดกับมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนแห่งนี้รู้จักกันดีในหมู่นักเสี่ยงโชค เพราะมีคาสิโนถูกกฎหมายเยอะมาก แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะในอดีตมาเก๊าเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศโปรตุเกส จึงทำให้มีกลิ่นอายของโปรตุเกสอยู่มาก ทั้งบ้านเรือนและวัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟสวยๆในบริดวณหลายจุด เช่น Senado Square ถ้าใครรอเคาท์ดาวน์ที่ฮ่องกงและมาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ชมพลุสุดอลังการแน่นอน นอกจากนี้ที่เที่ยวฮิตก็ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, จัตุรัสเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา ดู มอนเต, พิพิธภัณฑ์มาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ

8. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศเวียดนาม – vietnam

เวียดนาม นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกจากนี้ ในประเทศยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความงดงาม รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay),  สุสานโฮจิมินห์, พระราชวังเว้, ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)

9. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศมาเลเซีย – Malaysia

     มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของเรา และคนไทยไทยเดินทางไปเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีทะเลจีนใต้กั้น ส่วนแรกคือ คาบสมุทรมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีพรมแดนทางทิศเหนือติดประเทศไทย และทิศใต้ติดกับสิงคโปร์ ส่วนที่สองคือ ตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียตะวันออก มีพรมแดนทางทิศใต้ติดอินโดนีเซีย และมีพรมแดนล้อมรอบประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นสมาชิกก่อตั้งของกลุ่มประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ หลายคนคงรู้จักการละหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในประเทศ โดยมีมากถึง 55% ไปเที่ยวทั้งทีต้องไม่พลาดรัฐมะละกา (Melaka), ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุตราจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลโก้แลนด์

10. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

ประเทศบราซิล – Brazil

     บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทองคำ ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ และแร่รัตนชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซู, สนามกีฬา  Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, ภูเขากลางอ่าว Guanabara Bay

11. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศตุรกี – Turkey

     ตุรกี เป็นประเทศที่สวยงามด้วยมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย และราคาไม่แพงอย่างที่คิด ตุรกีเป็นนครที่อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งตำนานและประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามเมืองทรอย และม้าไม้อันลือลั่น อิสตันบูล สถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะโครโปลิส เมืองเพอร์กามุม, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปปาโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, ปราสาทปุยฝ้าย เมืองปามุกคาเล่

12. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

ประเทศพม่า – Myanmar

     ประเทศพม่า หรือ เมียนมา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมาก ถือได้ว่าเป็นไข่มุกเม็ดงามของเอเชียที่เพิ่งจะเผยโฉมให้เราเห็นความงดงามกัน ซึ่งประเทศนี้ก็ได้ซ่อนความสวยงามเอาไว้มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย โดยเฉพาะธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีป่าเขาและท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระธาตุอินทร์แขวน, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เจดีย์กุโสดอว์, เมืองพุกาม, หาดงาปาลี, ภูเขาโปปา, เมืองพินอูลวิน, หาดฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมก็คือ เมืองย่างกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพุกาม, เมือง Thandwe รัฐยะไข่ นั่นเอง เชื่อเถอะว่าใครได้เห็นภาพความสวยงามของประเทศนี้เป็นต้องชอบ

13. ประเทศไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศไต้หวัน – Taiwan

     ไต้หวัน หลังจากที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่าให้คนไทย และประเทศในอาเซียน เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้ประกาศ “ขยายเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มอีก 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่  1 สิงหาคม 2560 ถึง 31 กรกฎาคม 2561 ใครมีแพลนไปเที่ยวประเทศไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติ ไม่ว่าจะเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, ย่านซีเหมินติง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, ตึกไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย

14. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศลาว – Laos

    ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย นับว่าได้รับกระแสความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ด้วยลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภาษา และวิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่ต่างจากคนไทยมากนัก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-ลาวทั้งหมด 15 จุด และภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยเรานี่แหละ

15. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศฟิลิปปินส์ – Philippines

     ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ชาวฟิลิปปินส์ในปัจจุบันมีการสืบเชื้อสายมาจากการผสมผสานของหลายชาติพันธุ์ เช่น มองโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ และจีน รวมไปถึงยังมีผู้อพยพชาวอินเดีย อาหรับ สเปน และอเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความโดดเด่นทางน้ำก็ต้องที่นี่แหละ มีชายหาด ทะเล และเกาะมากมายเหลือเกิน ลองไปเที่ยวชมสถานที่และแหล่งธรรมชาติดูสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, ภูเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครแห่งเทพเจ้า, อุทยานธรรมชาติปะการังตุบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) เป็นต้น

16. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศอินโดนีเซีย- Indonesia

     อินโดนีเซียประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างแดนอิเหนาก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจมากมายหลายแห่ง ทั้งที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือรู้จักแค่บางแห่งที่ขึ้นชื่ออย่าง “บาหลี” เป็นประเทศที่มีประชากรมากสุดเป็นอันดับ 4 และมีหมู่เกาะมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์

17. ประเทศกัมพูชา (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

ประเทศกัมพูชา – Cambodia

    กัมพูชา ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม และเทวสถานที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในอดีต ผ่านมานานเป็นพันๆปี กัมพูชา หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับประเทศไทยเรานี่เอง ประชาชนส่วนใหญ่ครึ่งหนึ่งของประเทศมีอายุต่ำกว่า 19 ปี เพราะประเทศกัมพูชาเคยทำสงครามเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ให้ประชาชนเหลือน้อยที่สุด ถ้าได้ไปเที่ยวจะเห็นประวัติการเข่นฆ่า เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม กัมพูชาเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา และสถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดไม่ได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกสวยๆ ป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆคือ พระราชวังหลวงพนมเปญ, ปราสาทบายน, ปราสาทนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสรภาพ และยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในกัมพูชาอีกด้วย

18. ประเทศมองโกเลีย (Mongolia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศมองโกเลีย – Mongolia

     มองโกเลีย ดินแดนแห่งธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ และทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากมีความโดดเด่นทางด้านธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของมองโกเลียอีกอย่างก็คือ ศิลปวัฒนธรรมและผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆ ผู้คนท้องถิ่นยังคงดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย จึงไม่แปลกใจที่ดินแดนแห่งนี้จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วโลก มาถึงที่นี่ทั้งทีต้องมาเยือนทะเลทรายโกบี, เทือกเขาอัลไต, ทุ่งหญ้า Dornod Aimag, จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) และที่พักสไตล์เกอร์

19. ประเทศแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ประเทศแอฟริกาใต้ – South Africa

     แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนปลายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวานา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยอาณาเขตของประเทศแอฟริกาใต้ รวมทั้งยังเป็นประเทศส่งออกเพชรและทองคำ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเป็นที่ 3 ของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศประกอบไปด้วยชายฝั่ง ภูเขา ทะเลทราย ผืนป่าเขียวชะอุ่ม และมีสัตว์ป่า แอฟริกาขึ้นชื่อในเรื่องของอากาศ ส่วนใหญ่จะมีอากาศอบอุ่น แต่ก็มีแดดจัด ฤดูหนาวจะเย็นและฝนตกเนื่องจากแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูกาลจึงตรงข้ามกับ อเมริกาเหนือและยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันซิตี้) รีสอร์ทและคาสิโนสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (ชายหาดเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวเท่น /ภูเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติครูเกอร์)

20. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

ประเทศอาร์เจนตินา -Argentina

     อาร์เจนติน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้แห่งนี้ มีน้ำตกที่โด่งดังสุดตระการตา เทือกเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ ไวน์ การเต้นระบำแทงโก้ และเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นสวรรค์สำหรับนักเดินทาง จะได้สัมผัสตั้งแต่เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ ไปจนถึงเมืองอาณานิคมอันเงียบสงบ ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอเมริกาใต้แห่งนี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย ด้วยภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันไป ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ทุ่งหญ้าอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย จนกระทั่งป่าดิบชื้น แหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดคือ น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านเรือนย่าน La Boca, El Tren a Las Nubes (รถไฟไปยังเมฆ), เยี่ยมชมโรงกลั่นเหล้าองุ่น, เทือกเขา Hornocal (เนินเขาเจ็ดสี)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก dealcha.com